รายงานการกำกับดูแลกิจการ

การกำกับดูแลกิจการ

    คณะกรรมการบริษัทฯ ได้ตระหนักถึงการดําเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของการกํากับดูแลกิจการที่ดี ด้วยเชื่อมั่นว่าระบบและการกำกับดูแลกิจการที่ดี เป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ จึงได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท โดยมีเนื้อหาครอบคลุมหลักการสำคัญในเรื่องสิทธิของผู้ถือหุ้นการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน การคํานึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสและความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

    คณะกรรมการบริษัทฯ ได้ทบทวนและปรับปรุงนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2562 เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ของบริษัทฯ โดยอ้างอิงจากหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2555 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG Code) ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งบริษัทฯ ได้เปิดเผยเนื้อหารายละเอียดไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทที่ https://www.spvi.co.th/corporate-governance-policy

    ในปี 2563 บริษัทฯ มีการปฏิบัติตามหลักการกํากับดูแลกิจการที่ดี สรุปได้ดังนี้ 

หมวดหมู่ รายงานการกำกับดูแลกิจการ

หมวดที่ 1 สิทธิของผู้ถือหุ้น

    บริษัทฯ ตระหนักและให้ความสำคัญในสิทธิพื้นฐานต่างๆ ของผู้ถือหุ้น ได้แก่ สิทธิการซื้อขายหรือโอนหุ้น สิทธิในการที่จะได้รับส่วนแบ่งกำไรของกิจการ สิทธิในการได้รับข้อมูลข่าวสารของกิจการอย่างเพียงพอ สิทธิในการเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี และเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัทฯ เช่น การจัดสรรเงินปันผล การกำหนดหรือการแก้ไขข้อบังคับและหนังสือบริคณห์สนธิ การลดทุนหรือเพิ่มทุน เป็นต้น 

    นอกเหนือจากสิทธิพื้นฐานต่างๆ ข้างต้นแล้ว บริษัทฯ ยังได้ดำเนินการในเรื่องต่างๆ ที่เป็นการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นเพิ่มเติม ดังนี้

    ก่อนการประชุม

    1. เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยสามารถเสนอวาระการประชุมและเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการได้ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 1-31 ธันวาคม 2562 โดยได้ประกาศและเผยแพร่หลักเกณฑ์และวิธีการเสนอผ่านเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์และเว็บไซต์บริษัทฯ ทั้งนี้ เมื่อถึงกำหนดการปิดรับ ปรากฎว่าไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

    2. จัดทำหนังสือเชิญประชุมและเอกสารประกอบแก่ผู้ถือหุ้นล่วงหน้า รวมทั้งเปิดเผยในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ที่ https://www.spvi.co.th/shareholdersmeeting2021-th ล่วงหน้า 30 วันก่อนวันประชุม นอกจากนี้ได้จัดส่งชุดเอกสารให้ผู้ถือหุ้นล่วงหน้า 21 วันก่อนวันประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้ศึกษาข้อมูลประกอบการประชุม


    หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ มีข้อมูลที่ถูกต้อง เพียงพอ และชัดเจน ดังนี้

    • หนังสือเชิญประชุมแต่ละวาระระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นเรื่องที่เสนอเพื่อทราบหรือเพื่อพิจารณา รวมทั้งข้อเท็จจริงและเหตุผล ความเห็นของคณะกรรมการ

    • แนบแบบฟอร์มลงทะเบียนที่มีหมายเลขบาร์โค้ดไปพร้อมกับหนังสือเชิญประชุม เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการลงทะเบียนให้กับผู้ถือหุ้น

    • แนบหนังสือมอบฉันทะทั้ง 3 แบบคือ แบบ ก. ข. และ ค. เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกใช้ตามแบบที่เหมาะสม

    • สําเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งก่อน

    • ข้อมูลของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท โดยระบุรายละเอียด ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล อายุ ประวัติการศึกษา ประวัติการทํางาน ประวัติการอบรมจัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ประเภทของกรรมการที่เสนอ วันเริ่มต้นดํารงตําแหน่งในบริษัท

    • ข้อมูลของกรรมการผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้น ซึ่งมี 2 ท่านและทุกท่านเป็นกรรมการอิสระเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถพิจารณามอบฉันทะให้เข้าประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทน

    • ข้อบังคับของบริษัทฯ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประชุมผู้ถือหุ้น

    • แผนที่แสดงสถานที่สําหรับประชุมสําหรับการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถประจําทาง

    ในวันประชุมผู้ถือหุ้น

    1.  บริษัทฯ จัดประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจําปีในวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 31  อาคารเอ็ม เอส สยามทาวเวอร์ ถนนพระราม 3 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ  ซึ่งมีห้องประชุมที่มีขนาดเหมาะสม สามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้อย่างเพียงพอ และเปิดรับลงทะเบียนก่อนเริ่มประชุมล่วงหน้าเป็นเวลา 2 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่รับลงทะเบียนมีเวลาพอเพียงต่อการตรวจสอบเอกสารของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมด้วยตนเองและผู้รับมอบฉันทะ เพื่อให้การลงทะเบียนเป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็ว บริษัทฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่และโต๊ะลงทะเบียนในจํานวนที่เหมาะสมและเมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้วผู้ถือหุ้นจะได้รับบัตรลงคะแนนในแต่ละวาระเพื่อใช้ลงคะแนนในห้องประชุม

    2.  ก่อนเริ่มการประชุม เลขานุการที่ประชุมชี้แจงวิธีการออกเสียงลงคะแนนตามข้อบังคับของบริษัทฯ โดยผู้ถือหุ้นสามัญของบริษัทฯ ได้รับสิทธิในการลงคะแนนหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง ซึ่งการลงคะแนนและนับคะแนนเป็นไปอย่างเปิดเผยโดยบริษัทฯ ได้นําระบบบาร์โค้ดมาใช้ในการนับคะแนนเสียง ซึ่งช่วยให้ขั้นตอนการประมวลผลคะแนนเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยํา และเมื่อทราบผลการลงคะแนนเสียงในแต่ละวาระ บริษัทฯ ได้แสดงผลดังกล่าวขึ้นหน้าจอภาพให้ผู้ถือหุ้นทราบโดยแบ่งเป็นคะแนนเสียงที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง

    3.  ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ กรรมการอิสระ กรรมการ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการของบริษัทฯ ได้ให้ความสําคัญต่อการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นอย่างมากโดยเข้าร่วมประชุม และบริษัทฯ ยังได้เชิญผู้สอบบัญชี และที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทฯ เข้าร่วมประชุมด้วยเพื่อให้ข้อมูลหรือ ตอบข้อซักถามของผู้ถือหุ้นอย่างเต็มที่  

    4.  สําหรับผู้ถือหุ้นที่มาเข้าร่วมประชุมหลังจากที่บริษัทฯ ได้เริ่มดําเนินการประชุมไปแล้วนั้นยังสามารถเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนได้ในระเบียบวาระที่อยู่ระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้ลงมติ

    5.  การประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ดําเนินไปตามวาระที่กําหนดไว้ตามลําดับและไม่มีการพิจารณาวาระอื่นใดนอกเหนือจากที่ได้ กําหนดไว้ในหนังสือเชิญประชุม

    6.  ประธานที่ประชุมมอบหมายให้เลขานุการบริษัทฯ แจ้งผลคะแนนแต่ละวาระและมติของที่ประชุมให้ผู้ถือหุ้นทราบภายในช่วงการจัดประชุมทันที โดยไม่มีผู้ถือหุ้นท่านใดยกมือคัดค้านหรือไม่เห็นด้วยกับมตินั้น

    การดําเนินการภายหลังการประชุมผู้ถือหุ้น

    1.  บริษัทฯ ได้เปิดเผยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นพร้อมผลการลงคะแนนภายในวันเดียวกันผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

    2.  เลขานุการบริษัทฯ ได้จัดทํารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นและจัดส่งรายงานการประชุมให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเผยแพร่รายงานการประชุมดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ภายใน 14 วัน หลังจากวันประชุม

หมวดที่ 2 การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

        บริษัทฯ ให้ความสําคัญและตระหนักในสิทธิของผู้ถือหุ้นทุกราย ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นที่ไม่เป็นผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือแม้แต่ผู้ถือหุ้นรายย่อย จึงไม่กระทําการใดๆ ที่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นภายใต้ข้อกําหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยในปี 2563 บริษัทฯ ได้ดําเนินการดังนี้

        1.  การประชุมผู้ถือหุ้น
         -  บริษัทฯ ได้จัดส่งหนังสือมอบฉันทะทั้งสามแบบให้กับผู้ถือหุ้นทุกคน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกใช้ในแบบที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด 
         -  ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้ามาเข้าร่วมการประชุมได้ บริษัทฯ ได้เสนอชื่อกรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ จํานวน 2 คน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ถือหุ้นในการพิจารณามอบฉันทะให้กรรมการคนใดคนหนึ่งเข้าประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทน
        2.  การดําเนินการเกี่ยวกับกรรมการและผู้บริหาร
        บริษัทฯ กําหนดแนวทางในการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในอย่างเคร่งครัดโดยกําหนดไว้เป็น ลายลักษณ์อักษรโดยดำเนินการดังนี้

       - แจ้งกฎเกณฑ์ และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลภายในให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานได้รับทราบ เพื่อให้มั่นใจว่ากฎเกณฑ์ และนโยบายดังกล่าวเป็นที่รับทราบ และปฏิบัติตาม 
       - กรรมการ และผู้บริหาร งดทำการได้มาหรือจำหน่ายไป ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทในช่วงก่อนเปิดเผยงบการเงินต่อสาธารณชน 30 วัน โดยเลขานุการบริษัทฯ จะแจ้งให้กรรมการ และผู้บริหารได้ทราบช่วงเวลาการห้ามซื้อขาย (Silent Period)
       -  กำหนดบุคคลที่มีตำแหน่งหรือหน้าที่ซึ่งสามารถล่วงรู้ หรือครอบครองข้อมูลภายใน ได้มากกว่าพนักงานทั่วไปให้ถือว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความสุ่มเสี่ยง จึงห้ามซื้อขาย โอน และรับโอน หลักทรัพย์ของบริษัทฯ ในช่วงเวลา 30 วันก่อนการเปิดเผยงบการเงินประจำไตรมาสและประจำปี (Black out Period) รวมทั้งให้มีการรายงานการถือครองและการเปลี่ยนแปลงหลักทรัพย์ของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุ นิติภาวะ ต่อเลขานุการบริษัทฯ ทุกครั้ง ภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
    -  รายการระหว่างกันที่เกิดขึ้นในรอบปี 2563 เป็นรายการที่เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม และเป็นไปตามธุรกิจปกติการค้า

หมวดที่ 3 การคํานึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

        บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียและปฏิบัติอย่างเป็นธรรมต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยมีรายละเอียดดังนี้
  พนักงาน : บริษัทฯ มุ่งเสริมสร้างพัฒนาและฝึกอบรมทั้งด้านทักษะและประสบการณ์แก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยจัดให้มีการฝึกอบรมรายตําแหน่ง
ทั้งการจัดอบรมภายในบริษัท และส่งไปเข้ารับการอบรมภายนอกบริษัทฯ โดยเจ้าของผลิตภัณฑ์

        ในด้านสวัสดิการ บริษัทฯ มีนโยบายที่มุ่งเน้นในเรื่องคุณภาพชีวิตในการทํางานของพนักงานและปฏิบัติกับพนักงานอย่างเท่าเทียมกัน จึงจัดให้มีการประกันชีวิตและประกันสุขภาพพนักงาน กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ และตรวจสุขภาพประจำปีให้กับพนักงานทุกคน และบริษัทฯ ยังได้ร่วมกับธนาคารพาณิชย์ จัดให้มีสวัสดิการสินเชื่ออัตราพิเศษสำหรับพนักงาน ตลอดจนมีการดูแลและสร้างสภาพแวดล้อมในการทํางานที่ดี และคำนึงถึงสวัสดิภาพของพนักงานให้เกิดความปลอดภัย

        จากข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ การหยุดงาน ในปี 2563 พบว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุหรืออัตราการหยุดงานจากการเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานเท่ากับศูนย์

   คู่ค้าและเจ้าหนี้ : บริษัทฯ ยึดถือแนวทางการปฏิบัติที่ดีตามเงื่อนไขทางกาค้าและ/หรือข้อตกลง อย่างเป็นธรรมต่อคู่ค้าและเจ้าหนี้ ไม่ว่าจะเป็นการชำระหนี้ตรงตามเวลา การดูแลคุณภาพหลักทรัพย์ค้ำประกัน และเรื่องอื่นใด ที่ได้ให้ข้อตกลงไว้กับเจ้าหนี้ ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตาม
เงื่อนไขได้บริษัทฯ จะรีบแจ้งให้เจ้าหนี้ ทราบโดยเร็ว เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไข โดยใช้หลักความสมเหตุสมผล

   ลูกค้า : บริษัทฯ มุ่งมั่นสร้างความพึงพอใจและความมั่นใจให้กับลูกค้าที่จะได้รับผลิตภัณฑ์และบริการที่ดี รวมทั้งรักษาสัมพันธภาพที่ดี มุ่งเน้นการทำการค้าด้วยความซื่อสัตย์และเป็นธรรม
       

        ในปี 2563 ร้าน iStudio และ iBeat ของบริษัทฯ ได้รับการสุ่มตรวจสอบจาก Mystery Shopper จากภายนอกอย่างสม่ำเสมอ และบริษัทฯ ยังได้รับการประเมินความพึงพอใจของลูกค้าศูนย์บริการ iCenter ซึ่งดำเนินการประเมินโดย Apple เป็นประจำทุกเดือน พบว่าความพึงพอใจโดยรวมแต่ละสาขาไม่น้อยกว่า ร้อยละ 89 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับทราบข้อบกพร่องแล้วนําไปปรับปรุงแก้ไข เพื่อยกระดับคุณภาพบริการให้กับลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

   คู่แข่ง : บริษัทฯ ปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้าให้สอดคล้องกับหลักสากลภายใต้กรอบแห่งกฎหมายเกี่ยวกับหลักปฏิบัติการแข่งขันทางการค้าและยึดกติกาของการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม และไม่มีนโยบายในการแข่งขันทางการค้าโดยใช้วิธีการใดๆ ให้ได้มาซึ่งข้อมูลคู่แข่งขันอย่างผิดกฎหมายและขัดต่อจริยธรรม

   ชุมชนและสังคม : บริษัทฯ ตระหนักถึงความรับผิดชอบที่พึงมีต่อชุมชนและสังคม ทั้งการจัดกิจกรรม และเข้ามีส่วนร่วมเพื่อสาธารณะประโยชน์และบริการสังคม เช่น กิจกรรมด้านการศึกษา เป็นต้น

        นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดให้มีนโยบายเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชั่น และห้ามจ่ายสินบนเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัท รวมถึงการประเมิน ความเสี่ยง กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการกำกับดูแลและควบคุมดูแลเพื่อป้องกัน และติดตามประเมินผลความเสี่ยงจากการทุจริตคอร์รัปชั่น และยังเน้นการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อช่วยกันตรวจสอบความโปร่งใส ในการดำเนินธุรกิจ การประพฤติ ตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนแนวปฏิบัติเรื่องการต่อต้าน การทุจริตคอร์รัปชั่น โดยผู้ที่พบเห็นการละเมิดสามารถแจ้งการพบเห็นดังกล่าวต่อคณะกรรมการบริษัท ผ่านเลขานุการบริษัท หรือแผนกตรวจสอบภายใน ทั้งนี้เรื่องที่ถูกแจ้งเข้ามาจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไปและผู้รายงานจะได้รับการคุ้มครองจากบริษัทฯ อย่างดีที่สุด

มาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส หรือผู้ร้องเรียน
1. บริษัทฯ จะเก็บข้อมูลและตัวตนของผู้แจ้งเบาะแส หรือผู้ร้องเรียน และผู้ถูกร้องเรียน เป็นความลับ 
2. บริษัทฯ จะเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จําเป็น โดยคํานึงถึงความปลอดภัย และความเสียหายของผู้รายงานแหล่งที่มาของข้อมูล หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
3. ผู้ที่ได้รับความเสียหาย จะได้รับการบรรเทาความเสียหายด้วยกระบวนการที่เหมาะสม และเป็นธรรม
4. บริษัทฯ จะไม่กระทําการใดอันไม่เป็นธรรมต่อผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ร้องเรียน ไม่ว่าจะโดยการปลี่ยนแปลงตําแหน่งงาน ลักษณะงาน สถานที่ทํางาน สั่งพักงาน เลิกจ้าง หรือกระทําการอื่นใดที่มีลักษณะเป็นการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อผู้แจ้ง เบาะแสหรือผู้ร้องเรียน หรือผู้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริง 

ช่องทางในการแจ้งเบาะแส หรือร้องเรียนการแจ้งเบาะแสการกระทําผิดหรือข้อร้องเรียน
(1) ส่งโดยตรงที่เลขานุการบริษัท
บริษัท เอส พี วี ไอ จํากัด(มหาชน)
1213/58-59 ซอยลาดพร้าว 94 ถนนศรีวรา แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310 
หรือทางอีเมล์ : companysecretary@spvi.co.th
(2) ส่งโดยตรงที่แผนกตรวจสอบภายใน
นางสาวยุพา เบญจวิกรัย
บริษัท เอส พี วี ไอ จํากัด(มหาชน)
1213/58-59 ซอยลาดพร้าว 94 ถนนศรีวรา แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310 
หรือทางอีเมล์ : yupa@spvi.co.th

        การดำเนินการเมื่อได้รับข้อร้องเรียน
        เมื่อได้รับเรื่องร้องเรียนหรือเบาะแสการกระทําผิดที่ส่งเข้ามาตามช่องทางการร้องเรียนของบริษัทฯ เลขานุการบริษัท หรือแผนกตรวจสอบภายใน  ดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริง และแผนกตรวจสอบภายในทำการตรวจสอบ ก่อนนำส่งเรื่องร้องเรียนให้หัวหน้าสายงานที่เกี่ยวข้องทราบ พร้อมนำเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยยึดหลักความโปร่งใส และเป็นธรรมแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย 
        การตรวจสอบข้อเท็จจริง

        แผนกตรวจสอบภายใน พิจารณาจัดทำรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะ เสนอกรรมการผู้จัดการพิจารณาสั่งการตามความเหมาะสม รวมทั้ง รายงานให้คณะกรรมการตรวจสอบรับทราบ
        โดยในปี 2563 ที่ผ่านมาไม่มีการร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและคอร์รัปชัน สำหรับการร้องเรียนด้านอื่น ได้แก้ไขแล้ว ซึ่งได้ส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ 
        การอบรมและสื่อสาร
        บริษัทฯ ส่งเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้พนักงานตระหนักถึงความสำคัญของการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น โดยแผนกทรัพยากรบุคคลจะสื่อสารและฝึกอบรมพนักงาน เกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อให้ความรู้และปลูกฝังให้พนักงานทุกระดับมีจิตสำนึกในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น

หมวดที่ 4 การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

        คณะกรรมการบริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส ทั้งรายงานข้อมูลทางการเงินและข้อมูลทั่วไปตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนข้อมูลที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ซึ่งมีผลกระทบต่อกระบวนการ ตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ทั้งหมดได้รับทราบข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน โดยทำการเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศของบริษัทฯ ต่อผู้ถือหุ้นและสาธารณชนผ่านช่องทางและสื่อการเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ และเว็บไซต์ของบริษัทฯ www.spvi.co.th/investor-relations/

        คณะกรรมการบริษัทฯ ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อรายงานงบการเงินที่มีข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วน เป็นจริง และสมเหตุสมผล งบการเงินของบริษัทฯ จัดทำขึ้นตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป โดยเลือกใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และใช้ดุลยพินิจอย่างระมัดระวัง โดยแสดงรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงินควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชี ไว้ในแบบแสดงรายงานประจําปี (56-1) และรายงานประจําปี (56-2) และได้มีการเปิดเผยบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทฯ และคณะกรรมการตรวจสอบ จํานวนครั้งของการประชุมและจํานวนครั้งที่กรรมการแต่ละท่านเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ในปีที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังกำหนดให้มีการรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของกรรมการ และผู้บริหารในการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ทุกครั้ง โดยมีข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ของกรรมการ และผู้บริหารบริษัทฯ ในปี 2563 ดังนี้ 

รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของคณะกรรมการและผู้บริหารในรอบปีที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ 30 ธันวาคม 2563)

        บริษัทฯ จัดให้มีหน่วยงานที่ให้ข้อมูลสารสนเทศและสื่อสารกับผู้ถือหุ้น นักลงทุนตลอดจนนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ซึ่งสามารถติดต่อขอข้อมูลบริษัทตามที่อยู่ด้านล่างนี้

        ทางโทรศัพท์ : 0 2559 2901-9
        ทางอีเมล์    : ir@spvi.co.th
        นอกจากนี้นักลงทุนยังสามารถศึกษาข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ www.spvi.co.th

        ในปี 2563 บริษัทฯ ได้เข้าร่วมกิจกรรมบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (Opportunity Day) รวม 3 ครั้ง ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ และการดำเนินงานของบริษัทฯ แก่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ นักลงทุน และสื่อมวลชน โดยเข้าร่วมกิจกรรมในวันที่ 8 มิถุนายน 19 สิงหาคม และ 20 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งบริษัทฯ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน ผู้ถือหุ้น และผู้ที่สนใจ

หมวดที่ 5 ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

    บริษัทฯ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน เพื่อทําหน้าที่สรรหากรรมการของบริษัทฯ เพื่อสามารถให้ความมั่นใจได้ว่าคณะกรรมการที่ทําหน้าที่ ในปัจจุบันนั้นประกอบไปด้วยบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ทั กษะ และประสบการณ์เป็นที่ยอมรับและมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเป็นอย่างดี
1. โครงสร้างกรรมการ

    1.1 ปัจจุบันคณะกรรมการของบริษัทฯ มีจํานวน 8 คน ประกอบด้วย
       (ก) กรรมการที่เป็นผู้บริหาร (Executive Director) 2 คน
       (ข)กรรมการที่มิได้เป็นผบู้ริหาร(Non-ExecutiveDirector)6คน(รวมประธานกรรมการบริษัทฯ)ในจํานวนนี้มี
กรรมการอิสระ 3 คน



    นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ยังได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ เพื่อช่วยในการกํากับดูแลกิจการของบริษัทฯดังนี้

    1.1 คณะกรรมการบริหาร:เป็นผู้กําหนดแนวทางและกลยุทธ์ในการดําเนินธุรกิจให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ กําหนดโดยคณะกรรมการบริษัทฯ และเพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างคล่องตัว

    1.2 คณะกรรมการตรวจสอบ:ปฏิบัติหน้าที่เฉพาะเรื่องและเสนอเรื่องให้คณะกรรมการบริษัทฯพิจารณาและ รับทราบ ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบมีสิทธิหน้าที่ตามที่ได้กําหนดไว้ในอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ ทั้งนี้ กรรมการ ตรวจสอบอย่างน้อย 1 ท่าน จะต้องมีความรู้และประสบการณ์ด้านบัญชีเพียงพอที่จะสามารถทําหน้าที่ในการสอบทานความ น่าเชื่อถือของงบการเงินของบริษัทฯ ได้

    1.3คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง:ปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยคณะกรรมการบรษิัทฯพิจารณาความเสี่ยงในเรื่อง ต่างๆ อาทิเช่น ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการ ความเสี่ยงด้านการเงิน ความเสี่ยงด้านการตลาด เพื่อใหมั่นใจวาสามารถบริหาร จัดการใหระดับความเสี่ยงอยูในระดับที่ยอมรับไดรวมถึงเหมาะสมกับสภาพแวดลอมทเี่ปลี่ยนแปลงไป

    1.4 คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน : ปฏิบัติหน้าที่ในการสรรหาและพิจารณา คาตอบแทนใหแก กรรมการบริษัทฯ และผูบริหารระดับสูงสุด เพื่อชวยคณะกรรมการบริษัทฯ ในการทําใหมั่นใจวาบริษัทฯ มีการดําเนินการเรื่อง กระบวนการสรรหาและการพิจารณาค่าตอบแทนอย่างเหมาะสม

    คณะกรรมการบริษัทฯ มีนโยบายให้ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการต้องไม่เป็นบุคคลเดียวกัน เพื่อให้เกิดความชัดเจนในด้านความรับผิดชอบระหว่างการกําหนดนโยบายการกํากับดูแลและการบริหารงานประจํา ทั้งนี้บริษัทฯ ได้แบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการบริษัทฯ กับผู้บริหารอย่างชัดเจน โดยคณะกรรมการบริษัทฯ ทําหน้าที่ในการกําหนดนโยบายและกํากับดแู ลการดําเนินงานของผู้บริหาร ขณะที่ผู้บริหารทําหน้าที่บริหารงานของบริษัทฯ ในด้าน ต่างๆ ให้เป็นไปตามนโยบายที่กําหนด


2.  บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
    บริษัทฯ กําหนดให้กรรมการบริษัทฯ ปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัติที่ดีสําหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียน (Code of Best Practices) ตามแนวทางของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยคณะกรรมการต้องเข้าใจและทราบถึงบทบาทหน้าที่ และ ความรับผิดชอบของตน และต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัทฯ ตลอดจนมติที่ ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและคํานึงถึงประโยชน์ ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นเป็นสําคัญ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ เป็นผู้กําหนดนโยบาย เป้าหมายการดําเนินธุรกิจ แผนธุรกิจ ตลอดจนงบประมาณของบริษัทฯ และกํากับดูแลให้ฝ่ายจัดการ ดําเนินการให้เป็นไปตามนโยบาย แผนงาน และงบประมาณที่กําหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อประโยชน์สูงสุดของ บริษัทฯ และผู้ถือหุ้นโดยรวม

3.  การประชุมคณะกรรมการ
    บริษัทฯ มีนโยบายให้คณะกรรมการของบริษัทฯ ต้องประชุมอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง ซึ่งกําหนดวันประชุมไว้ล่วงหน้าตลอดทั้งปี และอาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มเติมตามความจําเป็น โดยการประชุมแต่ละครั้งได้มีการกําหนดวาระในการประชุม อย่างชัดเจน และมีการส่งหนังสือนัดประชุมพร้อมรายละเอียดล่วงหน้า 7 วัน เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีเวลาศึกษาข้อมูล อย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม รวมทั้งได้มีการจดบันทึกรายงานการประชุมเป็นลายลักษณ์อักษร และจัดเก็บรายงานการ ประชุมที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการบริษัทฯ พร้อมให้คณะกรรมการบริษัทฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้

    โดยในปี 2563 มีการประชุมทั้งสิ้นจํานวน 7 ครั้ง โดยกําหนดการประชุมจะถูกพิจารณา กําหนดล่วงหน้าตลอดทั้งปี เพื่อให้ มั่นใจว่ากรรมการทุกท่านจะสามารถจัดสรรเวลาเข้าร่วมประชุม ได้อย่างพร้อมเพรียงกัน และจํานวนกรรมการที่เข้าร่วมประชุม ปรากฎในหัวข้อ "โครงสร้างการจัดการ"

4.  การประชุมของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
    คณะกรรมการบริษัทฯ ไดกําหนดใหกรรมการที่ไมเปนผูบริหารประชุมร่วมกันอย่างน้อย 1 ครั้ง โดยไมมีกรรมการที่เปนผูบริหารเขารวมการประชุม เพื่อใหกรรมการที่ไมเปนผูบริหารไดแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นและพิจารณาประเด็นตางๆ ทั้งที่เกี่ยวกับ ธุรกิจของบริษัทฯ และเรื่องที่อยูในความสนใจ โดยในป 2563 บริษัทฯ ไดจัดใหมีการประชุมดังกลาว เพื่อพิจารณาประเมินการ ปฏิบัติงานของคณะกรรมการบรษิ ัทฯ การนําหลักการกํากับดูแลกิจการที่ดี สําหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 (CG Code) ไปปรับ ใช้ และเรื่องอื่นๆ

5.  ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร
    บริษัทฯ มีการกําหนดค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารในระดับที่เหมาะสมและเป็นอัตรา ที่เพียงพอสําหรับการรักษากรรมการและผู้บรหิารที่มคีุณภาพไว้โดยไม่มีการจ่ายค่าตอบแทนที่มากเกินควรและอยู่ในระดับที่สามารถเทียบเคียงได้กับบริษัท ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ปัจจัยที่จะนํามาพิจารณา ประกอบด้วย ประสบการณ์ ภาระหน้าที่ ขอบเขตของบทบาทและความ รับผิดชอบ ทั้งนี้ การจ่ายค่าตอบแทน ของกรรมการจะต้องผ่านการพิจารณาอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในส่วนของ ค่าตอบแทน ของผู้บริหาร จะเป็นไปตามหลักการและนโยบายที่คณะกรรมการบริษัทฯ กําหนดไว้ ซึ่งจะพิจารณาจาก ภาระหน้าที่ และความรับผิดชอบ ผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารแต่ละท่าน ประกอบกับผลการดําเนินงาน ของบริษัทฯ

6.  การปฐมนิเทศกรรมการใหม่
    คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กําหนดให้มีการปฐมนิเทศกรรมการใหม่ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในธุรกิจ และการดําเนินการด้านต่างๆ ของบริษัทฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการ ปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ

7.  การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร
    คณะกรรมการบริษัทฯ มีนโยบายส่งเสริมและอํานวยความสะดวกให้มีการฝึกอบรมและให้ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบการ กํากับดูแลกิจการของบริษัทฯ ซึ่งรวมถึง กรรมการ กรรมการตรวจสอบ ผู้บริหาร และเลขานุการบริษัทฯ เพื่อให้มีการปรับปรุงการ ปฏิบัติงานงานอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2563 กรรมการ 1 ท่าน ได้เข้าอบรมหลักสูตรต่างๆเพื่อเพิ่มพนความรู้ดังนี้


8.  การประเมินตนเองของคณะกรรมการ
    คณะกรรมการบริษัทฯ กําหนดให้มีการประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัทฯ ทั้งคณะ กรรมการแต่ละท่าน และคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละชุด เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงาน ทั้งยังเป็นการทบทวน ประมวลผลข้อคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง กับการดําเนินงานของบริษัทและการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทฯ อันจะก่อให้เกิดการการพัฒนาการกํากับดูแลกิจการ

    • การประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัทฯ ทั้งคณะ
      คณะกรรมการบริษัทฯ ได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัททั้งคณะประจําปี 2563 ซึ่งแบบประเมินคลอบคลุมในเรื่องต่างๆ ดังนี้
    1. โครงสร้างของคณะกรรมการ
    2. การกําหนดกลยุทธิ์และทิศทางบริษัท
    3. ความรับผิดชอบหน้าที่ของคณะกรรมการ
    4. การกํากับดูแลกิจการของบริษัท
    5. ความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการ

    โดยผลการประเมินการปฎิบัติงานของคณะกรรมการบริษัททั้งคณะ ในรอบปี 2563 ที่ผ่านมาในภาพรวม 5 หัวข้อ อยู่ในระดับดีเยี่ยม คิดเป็นร้อยละ 96.30

    • การประเมินตนเองของกรรมการรายบุคคล
    คณะกรรมการบริษัทฯ ได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการแต่ละท่าน ประจําปี 2563 ซึ่งแบบประเมินคลอบคลุมในเรื่องต่างๆ ดังนี้
    1. โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ
    2. การประชุมของคณะกรรมการ
    3. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
    โดยผลการประเมินการปฎิบัติงานของกรรมการแต่ละท่าน ในรอบปี 2563 ที่ผ่านมา ในภาพรวม 3 หัวข้อ อยู่ในระดับดี เยี่ยม คิดเป็นร้อยละ 96.56

    • การประเมินตนเองของคณะกรรมการชุดย่อย
      คณะกรรมการบริษัทฯ ได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละชุด ประจําปี 2563 ซึ่งแบบ ประเมินคลอบคลุมในเรื่องต่างๆ ดังนี้

    1. โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ
    2. การประชุมของคณะกรรมการ
    3. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ โดยผลการประเมินตนเองของคณะกรรมการชุดย่อย ปี 2563 ทุกชุด อยู่ในระดับดีเยี่ยม สามารถสรุปได้ดังนี้


    ขั้นตอนในการประเมิน
    เลขานุการบริษัทฯ จะจัดส่งแบบประเมินให้กรรมการทุกท่านประเมินตนเองในทุกสิ้นปี จากนั้นจะนํารวบรวมและรายงานสรุปผลต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อรับทราบรวมทั้งหารือถึงแนวทางในการพัฒนาต่อไป

    การประเมินผลงานประจําปีของกรรมการผู้จัดการ

    คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการ เพื่อนําไปใช้ในการพิจารณาค่าตอบแทน โดยใช้แบบประเมินที่ได้รับการอนุมัติจาก คณะกรรมการบริษัทฯ โดยประเมินครอบคลุมในเรื่อง ต่างๆ ดังนี้
    1. ความเป็นผู้นํา
    2.การกําหนดและปฏิบัติตามแผนกลยุทธ์
    3. การวางแผนและผลปฏิบัติทางการเงิน
    4. ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการ
    5.การบริหารงานและความสมัพันธ์กับบุคลากร
    6. การสืบทอดตําแหน่ง
    7.ความรู้ด้านผลติภณัฑ์และบริการ
    ผลการประเมินกรรมการผู้จัดการในรอบปี 2563 ที่ผ่านมาในภาพรวม 7 หัวข้อ อยู่ในระดับดี คิดเป็นร้อยละ
97.07

    การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน

    ห้ามมิให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างของบริษัทฯ นําความลับ และ/หรือข้อมูลภายในของบริษัทฯ ไป เปิดเผยหรือแสวงหาผลประโยชน์แก่ตนเองหรือเพื่อประโยชน์แก่บุคคลอื่นใดไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อม และไม่ว่าจะได้รับ ผลประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ก็ตาม

    ห้ามมิให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างของบริษัทฯ รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคล ดังกล่าว ใช้ข้อมูลภายในของบริษัทฯ ที่มีหรืออาจมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ซึ่งยังมิได้ เปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อทําการซื้อ ขาย เสนอซื้อ เสนอขาย หรือชักชวนให้บุคคลอื่นซื้อ ขาย เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ ของบริษัทฯ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ก่อนที่ข้อมูลนั้นจะได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณชน ไม่ว่าการกระทําดังกล่าวจะกระทําเพื่อ ประโยชน์ต่อตนเองหรือผู้อื่น หรือเพื่อให้ผู้อื่นกระทําดังกล่าวโดยตนได้รับประโยชน์ตอบแทน ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกลงโทษตามมาตรการ ทางวินัยของบริษัทฯ

   บริษัทฯ ได้ดําเนินการแจ้งให้ผู้บริหารเข้าใจและรับทราบภาระหน้าที่ในการรายงานการถือครองหลักทรัพย์ในบริษัทฯ ของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตลอดจนการรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครอง หลักทรัพย์ต่อสํานักงาน คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตามมาตรา 59 และบทกําหนดโทษตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

    บริษัทฯ ได้กําหนดมิให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างของบริษัทฯ รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติ ภาวะของบุคคลดังกล่าว ซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ในช่วงระยะเวลา 1 เดือน ก่อนการเปิดเผยงบการเงินให้แก่สาธารณชน ทราบ

    ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้แจ้งให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างของบริษัทฯ ทราบเกี่ยวกับข้อกําหนดข้างต้น

    การแต่งตั้งและพิจารณาค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี

    คณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาคุณสมบัตแิละการปฏบิัติงานของผู้สอบบัญชีและเสนอต่อคณะกรรมการในการแต่งตั้ง ผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ ในแต่ละปี รวมถึงค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี เพื่อเสนอขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น

    ในรอบปี 2563 ค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี ประกอบด้วย

    1. ค่าตอบแทนจากการสอบบัญชี (Audit Fee)
ในปี 2563 บริษัทฯ ได้จ่ายค่าตอบแทนการสอบบัญชี (Audit Fee) ให้แก่บริษัท สํานักงาน อีวาย จํากัด เป็น จํานวนเงิน 1,300,000 บาท

   2. ค่าบริการอื่น (Non-audit Service)
ในปี 2563 บริษัทฯ ไม่มีค่าบริการอื่นที่ต้องชําระให้กับ สํานักงานสอบบัญชี และบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับสํานักงานสอบบัญชี

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้